การแก้ปัญหาเครื่องเข้ารหัสคีย์การ์ด
ตรวจเครือข่ายและไฟก่อน แล้วลองเข้ารหัสการ์ดเพียงใบเดียวอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
คู่มือนี้ช่วยแก้ปัญหาที่พบบ่อยของเครื่องเข้ารหัสคีย์การ์ด
ข้อมูลอ้างอิงด่วน
| สิ่งที่เห็น | สาเหตุ | วิธีดำเนินการ |
|---|---|---|
| เครื่องเข้ารหัสไม่ตอบสนอง | ปัญหาไฟหรือเครือข่าย | ตรวจการเชื่อมต่อ |
| "We could not determine the room for this reservation." | PMS ไม่พบห้องที่ใช้ได้ | ลองแก้ไขห้องใหม่ |
| การ์ดไม่ถูกเข้ารหัส | ปัญหาประเภทการ์ดหรืออุปกรณ์ | ตรวจการ์ดและอุปกรณ์ |
| ข้อผิดพลาดคีย์การ์ดแบบภาษาทั่วไป | AVA ปรับข้อผิดพลาดของผู้ให้บริการ ห้อง หรือเซสชันเป็นมาตรฐาน | อ่านข้อความ |
| "UserCredentialsNotProvided.NotApplicable" | ข้อมูลรับรอง Saflok หายไปหรือไม่ครบ | เพิ่มข้อมูลรับรอง Saflok |
| Saflok/Ambiance ล้มเหลวหรือหมดเวลา | Windows Agent, Ambiance encoder service หรืออุปกรณ์ออฟไลน์ | รีสตาร์ท Saflok/Ambiance |
| "Please create a new keycard first, then use Duplicate for any extra cards." | Saflok ไม่พบการลงทะเบียนที่ใช้งานอยู่ | แก้คีย์การ์ดใบแรก |
| การ์ดหลายห้องต้องมี ID ระดับห้อง | ห้องที่เลือกยังไม่มี sub-reservation | ตรวจห้องที่เลือก |
| "The keycard encoder is temporarily offline. Please approach the Front Desk for assistance." | ไม่มีเซสชันที่ใช้งานอยู่ | ตรวจเซสชัน |
มี DoorLock generate fail หรือ internal error | payload ทางเทคนิคหลุดมาในโมดัล | ใช้ขั้นตอนลองใหม่ |
| เขตเวลาของคำขอไม่ตรงกับโรงแรม | เขตเวลาหาย ไม่ถูกต้อง หรือขัดแย้ง | ตรวจเขตเวลา Opera |
| เปลี่ยนประเภทเครื่องเข้ารหัสไม่คงอยู่ | สถานะจากการบันทึกครั้งก่อนปะปนกัน | บันทึกใหม่ |
| "Test Connection" ล้มเหลว (Be-Tech) | ปัญหา Base URL, adapter หรือ service | แก้การเชื่อมต่อ Be-Tech |
| ไคลเอนต์ Be-Tech หยุดหลังรีสตาร์ท | agent กำลังกู้คืนไคลเอนต์ | รอการกู้คืน |
| "Make sure the Be-Tech client program is running on the encoder computer." | Windows Agent ได้รับ 502 | ตรวจโปรแกรม Be-Tech |
| "Test Connection" ล้มเหลว (GreatLocks) | รายละเอียดเซิร์ฟเวอร์หายหรือล้าสมัย | แก้ GreatLocks |
| GreatLocks ขอให้เลือกเครื่องเข้ารหัส | มีเซิร์ฟเวอร์หรือ agent หลายรายการ | เลือกเครื่องเข้ารหัส |
| โหลดรายการ GreatLocks ไม่ได้ | tunnel หรือแหล่งรายการเข้าถึงไม่ได้ | ตรวจการซิงค์รายการ |
| การค้นหาเครื่องเข้ารหัส PMS ไม่มีผลลัพธ์ | PMS ไม่ตรงหรือไม่แสดงเทอร์มินัล | ตรวจการค้นหา PMS |
| route ของ Opera ไม่ชัดเจนหรือไม่ครบ | รายละเอียด Door Lock ซ้ำหรือหาย | แก้ route Opera |
| พบ "OPERAWS-FOF01920" ระหว่างอ่าน | ส่งค่า interface เก่าหรือไม่ถูกต้อง | รีเฟรช route |
| พบ "OPERAWS-FOF00199" ระหว่างอ่าน | Opera ติดต่อ Door Lock System ไม่ได้ | ตรวจการเชื่อมต่อ |
| อ่านการ์ด PMS ไม่ได้ | การตั้งค่า ความสามารถ หรือเครื่องเข้ารหัสมีปัญหา | ตรวจการอ่าน PMS |
| ตรวจไม่พบการ์ด | เครื่องอ่านไม่พบการ์ด | ใส่การ์ดใหม่ |
| ไม่รองรับประเภทการ์ด | เครื่องเข้ารหัสไม่รู้จักประเภทการ์ด | ใช้การ์ดที่รองรับ |
| อ่านการ์ดไม่ได้ | เครื่องเข้ารหัสอ่านข้อมูลไม่ได้ | ลองการ์ดใบอื่น |
| Opera แสดงข้อผิดพลาดทั่วไป | Opera ส่งการตอบกลับว่างหรือไม่ถูกต้อง | ตรวจการตอบกลับ |
| แก้การแมปเครื่องเข้ารหัส kiosk ของ PMS ไม่ได้ | การแมปสองแบบใช้ป้ายกำกับต่างกัน | ตรวจการแมป |
| "Service URL is required" (LockSDK) | โหมด direct ต้องมี Service URL | เพิ่ม Service URL |
| LockSDK แสดง Not registered | ยังไม่มีอุปกรณ์ agent | ลงทะเบียน agent |
| Heartbeat Monitor ปิดหลังบันทึก | การตั้งค่าไม่คงอยู่ใน session | บันทึกใหม่ |
| Heartbeat แสดง unreachable | agent ออฟไลน์หรือ tunnel มีปัญหา | ตรวจ agent |
| Heartbeat แสดง unknown | AVA ตรวจสอบสถานะไม่ได้ | ตรวจสถานะ |
| Heartbeat รายงานข้อผิดพลาด | การตรวจวินิจฉัยหรือ tunnel ล้มเหลว | ตรวจข้อผิดพลาด |
| เครื่องเข้ารหัสยังใช้งานไม่ได้ | รายการแบบไดนามิกเห็น agent ขาดการเชื่อมต่อ | ตรวจสถานะสด |
| Windows Agent แสดง Not connected | agent ไม่ทำงานหรือติดตั้งไม่ครบ | เชื่อมต่อใหม่ |
| Windows Agent เก่าเกินไป | ไม่มี Read Keycard | อัปเดต agent |
| tunnel เครื่องเข้ารหัสออฟไลน์ | tunnel ของ Universal Encoder Agent ใช้ไม่ได้ | เชื่อมต่อ tunnel ใหม่ |
| Windows ขอสิทธิ์ | ต้องยกระดับสิทธิ์ควบคุม service | อนุมัติ UAC |
แก้ไขห้องของการจองไม่ได้
สิ่งที่เห็น: หลังเลือกเครื่องเข้ารหัส AVA แสดง "We could not determine the room for this reservation."
สาเหตุ: การค้นหา PMS ที่ยืนยันตัวตนไม่พบข้อมูลระบุตัวห้องที่ใช้ได้
วิธีแก้:
- รีเฟรชการจองหรือ Operations View
- ยืนยันว่าการจองมีห้องใน PMS
- เริ่มขั้นตอนการจอง เช็กอิน หรือจัดการคีย์ใหม่
- เลือกเครื่องเข้ารหัสที่ออนไลน์เมื่อ AVA ขอ
- ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากข้อความยังกลับมา
AVA ยอมรับข้อมูลระบุตัวห้อง PMS ที่ถูกต้อง รวมถึงตัวระบุ PMS ของ AVA ที่ยาว อย่าตัดทอนหรือแก้ไขข้อมูลนี้เอง
เครื่องเข้ารหัสไม่ตอบสนอง
สิ่งที่เห็น: เครื่องเข้ารหัสออฟไลน์หรือไม่ตอบสนองใน AVA
วิธีแก้:
- ตรวจไฟและสายของเครื่องเข้ารหัส
- ตรวจเครือข่ายระหว่าง kiosk กับเครื่องเข้ารหัส (เฉพาะ Direct Connection)
- ยืนยัน server IP และ port
- รีสตาร์ทซอฟต์แวร์เครื่องเข้ารหัส
การ์ดไม่ถูกเข้ารหัส
สิ่งที่เห็น: การเขียนคีย์การ์ดล้มเหลวหรือได้การ์ดเปล่า
วิธีแก้:
- ยืนยันประเภทการ์ดให้ตรงกับเครื่องเข้ารหัส
- ใส่การ์ดใหม่แล้วลองอีกครั้ง
- ทดสอบด้วยการ์ดเปล่าใบใหม่
- หากปิด Enable guest selection ให้ตรวจ kiosk routing
- หากเปิดไว้ ให้ยืนยันว่าผู้เข้าพักเลือกเครื่องที่ออนไลน์
ข้อผิดพลาดการเข้ารหัสแบบมาตรฐาน
สิ่งที่เห็น: โมดัลแสดงข้อความภาษาทั่วไปแทนข้อความดิบของผู้ให้บริการ
สาเหตุ: AVA เก็บข้อผิดพลาดของ Saflok, Be-Tech, Opera และเซสชันภายในที่ปรับเป็นมาตรฐานก่อนแสดง
ระบบใช้ข้อความแบบมีโครงสร้างก่อน แล้วจึงย้อนกลับไปแยกข้อความแบบเดิมเมื่อจำเป็น
การหมดเวลาของ room access แบบ HTTP 504 ใช้เส้นทางนี้ด้วย KEYCARD_VENDOR_TIMEOUT
การแจ้งเตือนและรายละเอียด log ใช้หมวดมาตรฐานเดียวกัน
ข้อผิดพลาดเมื่อมีการ์ดอยู่จึงไม่ถูกรายงานเป็น No card detected
วิธีแก้:
- อ่านข้อความสั้นก่อน
- ตรวจ
userMessage,errorCode,retriable, ชื่อผู้ให้บริการ และupstreamในหน้าสนับสนุน - ใช้ข้อมูลเหล่านี้เมื่อติดต่อฝ่ายสนับสนุน
- จับคู่ข้อความกับวิธีแก้:
- Occupied room: รีเฟรชการจองแล้วลองใหม่
- Encoder offline: ตรวจไฟ เครือข่าย หรือ agent
- No card detected: ใส่การ์ดใหม่และจัดตำแหน่ง
- Unsupported card type: ใช้ประเภทการ์ดที่รองรับ
- Card could not be read: ลองการ์ดอื่นและตรวจความเสียหาย
- No active session: เชื่อมต่อเซสชันใหม่
- Missing mapping: ตรวจการแมปห้อง
- Invalid room or date: ตรวจวันที่และห้อง
- Vendor auth, gateway, or timeout: ตรวจการเข้าถึงหรือลองใหม่ภายหลัง
- HTTP 504 timeout: รอสั้น ๆ แล้วลองใหม่
- Invalid request: เปิดการจองที่ถูกต้องแล้วลองใหม่
- หาก
retriableเป็นtrueให้รีเฟรชแล้วลองใหม่ - หาก
retriableเป็นfalseให้แก้การแมปหรือปัญหาผู้ให้บริการก่อน
การตอบกลับเก่าอาจยังแสดงข้อความดิบของผู้ให้บริการ AVA คงเส้นทางนี้ไว้เพื่อให้ log ประวัติและการเชื่อมต่อเก่ายังอ่านได้
เขตเวลาของ Opera ไม่ตรงกัน
สิ่งที่เห็น: ขั้นตอนคีย์การ์ดหยุดก่อน PMS ส่งคีย์ห้อง คุณอาจเห็น "Request timezone does not match the hotel timezone" หรือ "Hotel timezone configuration is invalid."
สาเหตุ: AVA จัดรูปแบบอายุคีย์การ์ด Opera ตามเวลาท้องถิ่น ไม่ใช่ UTC และหยุดเมื่อเขตเวลาหายหรือไม่ถูกต้อง รวมถึงเมื่อข้อมูลเขตเวลาในคำขอขัดแย้งกัน
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Essentials → Hotel Basic Details
- ยืนยันว่า Timezone ถูกต้องและตรงกับเวลาท้องถิ่น
- บันทึกหากแก้ไข
- รีเฟรชการจองหรือเปิดขั้นตอนใหม่
- ลองส่งคำขออีกครั้ง
การเข้ารหัส Saflok/Ambiance ไม่ทำงาน
สิ่งที่เห็น: การเข้ารหัสล้มเหลว หมดเวลา หรือ kiosk ไม่ได้รับการตอบกลับ
วิธีแก้: ทำการตรวจ 3 ข้อตามลำดับ
หาก Saflok PMSI เริ่มช้าหรือรีสตาร์ท AVA จะตรวจความพร้อมทุก 10 วินาที รอสักครู่แล้วรีเฟรชก่อนติดตั้ง agent ใหม่
1. ตรวจ Windows Agent ใน AVA
-
ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
-
หา card Windows Agent ของเครื่องนี้
-
ยืนยันสถานะ Connected และเวลา Last Seen ล่าสุด

-
หากเป็น Not connected ให้ทำตาม Windows Agent not connected ก่อน หาก Saflok PMSI ยังเริ่มอยู่ ให้รอ 10 วินาทีแล้วรีเฟรช
2. ตรวจเครื่องเข้ารหัสออนไลน์ใน Ambiance
หาก agent เชื่อมต่อแต่เข้ารหัสไม่ได้ ให้เข้าสู่ Ambiance server และตรวจอุปกรณ์
-
เปิด Ambiance ไปที่ Device Management → Encoders
-
หาเครื่องของ kiosk นี้ เช่น encoder Vouch
-
ยืนยันว่า Status เป็น Online

-
หากเป็น Offline ให้ไปขั้นตอนที่ 3
3. รีสตาร์ท Ambiance Encoder Service
หากออฟไลน์ ให้รีสตาร์ท service บนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Ambiance server
-
กด Windows หรือคลิกเมนู Start
-
พิมพ์
services managerแล้วเปิด Ambiance Services Manager -
เลือก Ambiance Encoder Service

-
คลิก Stop (สี่เหลี่ยมสีแดง)
-
รอจนเป็น Stopped
-
คลิก Start (ปุ่มเล่นสีแดง)
-
ยืนยัน State เป็น Running
-
กลับไป Device Management → Encoders และยืนยัน Online
-
ลองเข้ารหัสการ์ดทดสอบ
service อาจสูญเสียการเชื่อมต่อหลังเครือข่ายสะดุดหรือไม่มีการใช้งานนาน การเริ่มใหม่จะสร้างการเชื่อมต่ออีกครั้ง
Duplicate keycard ของ Saflok ต้องมีใบแรก
สิ่งที่เห็น: AVA แสดง "Please create a new keycard first, then use Duplicate for any extra cards."
สาเหตุ: Saflok ไม่พบการลงทะเบียนหรือระเบียนคีย์การ์ดที่ใช้งานอยู่ การ์ด Duplicate ต้องมีใบแรกที่สำเร็จก่อน
วิธีแก้:
- สร้างคีย์การ์ดใบแรก
- รอการเข้ารหัสให้สำเร็จ
- เลือก Duplicate หลังมีใบแรก
- หากผิดพลาด ให้ตรวจการลงทะเบียนใน Ambiance
- ลองขอ Duplicate อีกครั้ง
ไม่ควรเห็น ReservationNotFound หรือรายละเอียด SOAP fault แบบดิบ
คีย์การ์ดหลายห้องต้องมี reservation ID ระดับห้อง
สิ่งที่เห็น: เข้ารหัสห้องหนึ่งในที่พักหลายห้องแล้ว AVA หยุดขั้นตอน
สาเหตุ: การ์ด Duplicate ใช้ sub-reservation ID ของห้องที่เลือก หากยังไม่มี ID จะเกิดข้อผิดพลาดทันที
วิธีแก้:
- เปิดการจองและเลือกแถวห้องที่ต้องการ
- รอ PMS sync หากเพิ่งแยกหรือย้ายห้อง
- ยืนยันว่าห้องเป็น sub-reservation ของตนเองใน PMS
- ลอง Encode Keycard อีกครั้ง
เครื่องเข้ารหัสไม่มีเซสชัน
สิ่งที่เห็น: AVA แสดง "The keycard encoder is temporarily offline. Please approach the Front Desk for assistance."
สาเหตุ: เครื่องเข้ารหัสไม่มีเซสชันที่ใช้งานอยู่ AVA จึงถือเป็นปัญหาความพร้อมแบบออฟไลน์
วิธีแก้:
- ยืนยันว่าเปิดเครื่องและเชื่อมต่อแล้ว
- รีเฟรช Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ตรวจ Online หรือ Connected
- ลองเข้ารหัสหลังเซสชันเชื่อมต่อใหม่
- หากยังล้มเหลว ให้ใช้เครื่องอื่นหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน
payload room access แบบดิบแสดงในโมดัล
สิ่งที่เห็น: โมดัลแสดง DoorLock generate fail! หรือ internal error
สาเหตุ: AVA จับข้อมูลทางเทคนิคของ room access ได้ จึงย้อนกลับไปใช้ข้อความให้ลองใหม่ทั่วไปแทน payload ดิบ
วิธีแก้:
- ปิดโมดัล
- รอสองสามวินาที
- ลองเข้ารหัสอีกครั้ง
- หากข้อความเดิมกลับมา ให้ตรวจว่าออนไลน์
- หากยังล้มเหลว ให้เปลี่ยนเครื่องหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน
ไม่ได้ระบุข้อมูลรับรอง Saflok
สิ่งที่เห็น: "UserCredentialsNotProvided.NotApplicable" ระหว่างเข้ารหัส
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ตั้ง Encoder Type เป็น Saflok
- กรอก Username และ Password ใน Encoder Credentials
- หากเปิด direct ให้กรอก PMSI Server URL
- คลิก Save
- คลิก Test Connection แล้วเข้ารหัสการ์ดทดสอบหนึ่งใบ
ประเภทเครื่องเข้ารหัสเปลี่ยนแล้วไม่คงอยู่
สิ่งที่เห็น: เลือกประเภทหนึ่ง แต่อีกประเภทหนึ่งยัง active
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ใน Keycard Encoder Settings เลือกประเภทที่ต้องการ
- คลิก Save หนึ่งครั้งและรอข้อความสำเร็จ
- รีเฟรชและยืนยันว่า active เพียงประเภทเดียว
- หากเกิดซ้ำ ให้สลับประเภท บันทึก สลับกลับ และบันทึกอีกครั้ง
การค้นหาเครื่องเข้ารหัส PMS ไม่มีผลลัพธ์
สิ่งที่เห็น: คลิก Load Encoders แล้ว AVA ไม่แสดงเทอร์มินัล PMS
สาเหตุ: ผู้ให้บริการ PMS ไม่ตรงกับที่พัก หรือ PMS ไม่เปิดเผยเทอร์มินัล
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยัน PMS vendor
- คลิก Save อีกครั้ง
- กลับไป Physical Encoder Devices แล้วคลิก Load Encoders
- หากยังว่าง ให้ตรวจว่าการเชื่อมต่อ PMS ทำงาน
- หากยังไม่มีเทอร์มินัล ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนพร้อมชื่อผู้ให้บริการและที่พัก
อ่านการ์ด PMS ไม่ได้
สิ่งที่เห็น: Entitlements ไม่แสดง Start scanning หรือแจ้งว่าอ่านคีย์การ์ดจริงไม่ได้
สาเหตุ: ปิดการอ่านอยู่ adapter ไม่รองรับ หรือการค้นหาความสามารถใช้ไม่ได้ชั่วคราว และต้องมีเครื่องเข้ารหัส PMS ที่ active
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- เลือก PMS Integration
- เปิด Enable PMS Encoder Integration
- ยืนยันผู้ให้บริการ PMS
- ยืนยันเครื่องที่ค้นพบเป็น Active
- เปิด Enable physical keycard reading แล้วคลิก Save
- โหลด Entitlements ใหม่และตรวจ Start scanning
- ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number ไปก่อน
การอ่านการ์ด PMS ใช้การส่งข้อมูลของ PMS โดยตรง ไม่ต้องใช้เซสชัน Universal Encoder Agent หากคำเตือนยังอยู่ adapter อาจยังไม่ประกาศว่ารองรับ
route ของ Opera ไม่ชัดเจนหรือไม่ครบ
สิ่งที่เห็น: อ่านการ์ด Opera ไม่ได้หลังโหลดเครื่องเข้ารหัส
สาเหตุ: Opera ส่งรายละเอียด workstation, encoder, interface หรือ outbound-code ซ้ำหรือไม่ครบ AVA จึงไม่ส่งการอ่านไปยัง route ที่ผิด
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยัน PMS vendor เป็น Opera
- ยืนยันเครื่องที่ต้องการเป็น Active
- คลิก Load Encoders แล้ว Add Selected เมื่อพบเทอร์มินัลที่ถูกต้อง
- ขอผู้ดูแล Opera แก้รายละเอียด Door Lock interface
- โหลด Entitlements ใหม่
- ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number ไปก่อน
ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหาก route ยังใช้ไม่ได้หลัง Opera ยืนยัน route ที่ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดการตรวจสอบ interface ของ Opera
สิ่งที่เห็น: พบ OPERAWS-FOF01920 หรือข้อผิดพลาดตรวจสอบหมายเลข interface
สาเหตุ: Opera ปฏิเสธค่า interface อาจเกิดจาก route เก่าที่แคชไว้
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยัน workstation และ encoder ID ให้ตรงอุปกรณ์จริง
- คลิก Load Encoders แล้ว Add Selected สำหรับเทอร์มินัลปัจจุบัน
- ยืนยัน Active
- โหลด Entitlements ใหม่ แล้วลอง Start scanning
- ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number หากยังสแกนไม่ได้
AVA ใช้ค่าอย่าง SL01 เลือก Door Lock route และใช้ outbound code ตัวเลขของ route สำหรับการอ่านจริง อย่าแปลงหรือแก้ค่า interface เอง
ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหาก OPERAWS-FOF01920 กลับมาอีก
หมดเวลาติดต่อ Opera Door Lock System
สิ่งที่เห็น: พบ OPERAWS-FOF00199 หรือหมดเวลาของ Door Lock System
สาเหตุ: Opera รับคำขอแต่ติดต่อ Door Lock System ไม่ได้ เป็นปัญหาการเชื่อมต่อ ไม่ใช่ผลว่าไม่มีการ์ด
วิธีแก้:
- ยืนยัน Saflok interface และเครื่องเข้ารหัสเปิดอยู่
- ตรวจเครือข่ายของที่พักไปยัง Door Lock System
- ยืนยัน Opera Door Lock interface ออนไลน์
- ใส่การ์ดใหม่แล้วลอง Start scanning หนึ่งครั้ง
- ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number ขณะ interface ออฟไลน์
- ขอผู้ดูแล Opera ตรวจการเชื่อมต่อ
อย่าถือว่าข้อผิดพลาดนี้เป็น No card detected ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากการอ่านยังหมดเวลา
ไม่รองรับประเภทการ์ด
สิ่งที่เห็น: AVA แจ้งประเภทการ์ดไม่รองรับหรือไม่รู้จัก
สาเหตุ: มีการ์ดอยู่แต่เครื่องนี้ไม่รู้จักประเภท ต่างจากการไม่พบการ์ด
วิธีแก้:
- นำการ์ดออก
- ยืนยันประเภทที่อนุมัติสำหรับเครื่องนี้
- วางการ์ดเปล่าที่รองรับ
- ลองเข้ารหัสอีกครั้ง
- หากกลับมา ให้ผู้จัดการยืนยันการตั้งค่า
อย่าขยับการ์ดซ้ำเมื่อ AVA ระบุว่าไม่รองรับประเภท
อ่านการ์ดไม่ได้
สิ่งที่เห็น: AVA แจ้งอ่านการ์ดไม่ได้หรือการอ่านล้มเหลว
สาเหตุ: มีการ์ดอยู่แต่เครื่องอ่านข้อมูลไม่ได้ อาจเสียหาย ใช้ร่วมกันไม่ได้ หรือวางผิด
วิธีแก้:
- นำการ์ดออก
- ตรวจความเสียหาย
- ใส่กลับโดยหันด้านที่ถูกต้องขึ้น
- ลองการ์ดอื่นที่รองรับ
- ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากอ่านการ์ดที่ใช้ได้หลายใบไม่ได้
ตรวจไม่พบการ์ด
สิ่งที่เห็น: AVA รายงานไม่พบการ์ดหลังเริ่มสแกน PMS
สาเหตุ: เครื่องอ่านไม่พบการ์ด ต่างจากการ์ดไม่รองรับหรืออ่านไม่ได้
วิธีแก้:
- นำการ์ดออก
- ใส่กลับโดยหันด้านที่ถูกต้องขึ้น
- รอเครื่องอ่านแล้วลองสแกนใหม่
- ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number หากยังอ่านไม่ได้
- ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากการ์ดหลายใบไม่พบ
การอ่านการ์ด Opera แสดงข้อผิดพลาดทั่วไป
สิ่งที่เห็น: AVA แสดงข้อผิดพลาดทั่วไปหลัง Opera ตอบ HTTP 200
สาเหตุ: Opera อาจส่งช่วงวันที่และเวลาขาออกแทนฟิลด์แบบเก่า AVA ใช้จุดสิ้นสุดของช่วงที่ไม่ว่างเป็นเวลาเช็กเอาต์ ช่วงว่างหรือรูปแบบผิดยังไม่ถูกต้อง
วิธีแก้:
-
ยืนยันว่าการ์ดเข้ารหัสโดย Opera และเป็นของการจองที่ถูกต้อง
-
ใส่การ์ดใหม่แล้วเลือก Start scanning
-
หากอ่านได้แต่ไม่มีห้อง ใช้ Look up by room หรือ Look up by confirmation number
-
หากยังผิดพลาด ใช้การค้นหาด้วยตนเองและให้ผู้ดูแล Opera ตรวจข้อมูล
-
ติดต่อฝ่ายสนับสนุนพร้อมเวลา ที่พัก และชื่อเครื่อง
✓ การ์ด Opera ที่ถูกต้องควรแสดงเป็นข้อมูลที่อ่านได้ แม้ไม่มีห้อง
แก้การแมปเครื่องเข้ารหัส kiosk ของ PMS ไม่ได้
สิ่งที่เห็น: kiosk เข้ารหัสไม่ได้ แม้เครื่องอยู่ใน Physical Encoder Devices
สาเหตุ: การแมป Device Model และ kiosk แบบเดิมใช้ป้ายกำกับต่างกัน AVA ใช้ Device Model ก่อนแล้วจึงใช้แบบเดิม
วิธีแก้:
-
ไปที่ Settings → Kiosk → Device Routing
-
หา kiosk และตรวจการแมปเครื่องปลายทาง
-
ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
-
ยืนยันเครื่อง PMS ที่ตรงกันเป็น Active
-
หากเปลี่ยนเป้าหมาย ให้บันทึกด้วยชื่อ PMS ปัจจุบัน
-
ลองเข้ารหัสการ์ดทดสอบหนึ่งใบ
✓ AVA ควรแก้ kiosk ไปยังเครื่อง PMS ที่ active และส่งคำขอ
หากเครื่องหายจาก Physical Encoder Devices ให้ทำตาม การค้นหาเครื่องเข้ารหัส PMS ไม่มีผลลัพธ์
การทดสอบการเชื่อมต่อ Be-Tech ล้มเหลว
สิ่งที่เห็น: "Test Connection" ล้มเหลวหรือปุ่มปิดใช้งาน
ใช้กรณีตั้งค่า Base URL แบบ direct หรือต้องการแก้ข้อผิดพลาดคำขอ Be-Tech ทั่วไป หากเห็นข้อความโปรแกรมไคลเอนต์ ให้ใช้ โปรแกรมไคลเอนต์ Be-Tech ใช้งานไม่ได้
AVA ถือว่าการตอบ 405 เข้าถึงได้ เพราะ Be-Tech บางชุดไม่รองรับเมธอดตรวจสอบ ส่วน 401, 404 และ 5xx ถือว่าใช้งานไม่ได้
วิธีแก้:
- ยืนยัน Base URL ขึ้นต้นด้วย
http://หรือhttps:// - ตรวจ service ของ Be-Tech บน workstation
- ตรวจ workstation และ kiosk อยู่เครือข่ายเดียวกัน
- หากใช้ Windows Agent ให้ยืนยัน card เป็น Connected
- กรอก Hotel Name, Chain No, Workstation และ Reader No ใหม่
- คลิก Test Connection
ไคลเอนต์หรือ service Be-Tech หยุดหลังรีสตาร์ท
สิ่งที่เห็น: ไคลเอนต์หรือ service หยุดหลัง Windows รีสตาร์ทหรือหยุดเอง และ AVA อาจแสดงเครื่องว่าใช้ไม่ได้ชั่วคราว
สาเหตุ: ไคลเอนต์ Be-Tech เริ่มแยกจาก Windows Agent ได้ ถาดระบบตรวจพบไคลเอนต์และกู้คืน service อัตโนมัติ
วิธีแก้:
- ให้ service Windows Agent ทำงาน
- รอการแจ้งเตือนกู้คืน Be-Tech
- รอแจ้งเตือนว่า service กลับมาทำงาน
- รีเฟรช Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยัน agent และเครื่องเป็น Connected หรือ Online
- ลองทำงานคีย์การ์ดใหม่
หากกู้คืนไม่สำเร็จ ถาดระบบจะลองใหม่ ใช้ Restart เฉพาะเมื่อยังล้มเหลว
หากมี Be-Tech หลายชุด ให้ถามผู้ดูแลเกี่ยวกับ BETECH_CLIENT_PATH ซึ่งต้องชี้ไปยังการติดตั้ง Program Files ที่เชื่อถือได้
โปรแกรมไคลเอนต์ Be-Tech ใช้งานไม่ได้
สิ่งที่เห็น: AVA แสดง "Make sure the Be-Tech client program is running on the encoder computer."
สาเหตุ: Windows Agent ติดต่อ service ไคลเอนต์ Be-Tech ในเครื่องไม่ได้ ถาดระบบอาจกำลังกู้คืนอยู่
วิธีแก้:
- ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องเข้ารหัส
- ตรวจการแจ้งเตือนกู้คืนในถาด Windows
- รอสักครู่แล้วรีเฟรช Settings → Room Access → Keycard Encoding
- หาก agent ออฟไลน์ ใช้ Restart ในถาด
- คลิก Test Connection
หากเห็น Be-Tech request failed ให้ทำตาม การทดสอบการเชื่อมต่อ Be-Tech ล้มเหลว ข้อความโปรแกรมใช้กับการตอบ 502 เท่านั้น
การทดสอบการเชื่อมต่อ GreatLocks ล้มเหลว
สิ่งที่เห็น: Test Connection ล้มเหลวหลังแก้รายละเอียดเซิร์ฟเวอร์
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยันแถว GreatLocks แรกที่ active มี XHLSI Server IP Address และ TCP Port
- คลิก Save
- หากอัปเดตระบบเก่า ให้คง server record เดิม
- คลิก Test Connection
ต้องเลือกเครื่องเข้ารหัส GreatLocks
สิ่งที่เห็น: การตรวจสถานะหรือกำหนดค่า GreatLocks ขอให้เลือกเครื่อง
สาเหตุ: Universal Encoder Agent แต่ละตัวให้บริการเครื่อง GreatLocks หนึ่งเครื่อง จึงเลือกไม่ได้อย่างปลอดภัยเมื่อมีหลายรายการ
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- เปิด Physical Encoder Devices
- ยืนยันแต่ละแถวมี Encoder ID เพียงหนึ่งค่า และใช้ ID ต่างกัน
- เลือกเครื่องที่เชื่อมต่อ Windows PC ที่ต้องการ
- ยืนยัน agent เป็น Online
- บันทึกแล้วทำรายการซ้ำ
เครื่อง GreatLocks แต่ละเครื่องมีสถานะสดของตนเอง agent หนึ่งตัวออนไลน์ไม่ได้ทำให้เครื่องอื่นออนไลน์
โหลดรายการอุปกรณ์ GreatLocks ไม่ได้
สิ่งที่เห็น: รายการอาคาร ชั้น หรือห้องว่างอยู่
สาเหตุ: tunnel ออฟไลน์หรือเข้าถึงแหล่งรายการไม่ได้
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- ยืนยันว่าบันทึกรายการเซิร์ฟเวอร์แล้ว
- หากมีหลายเครื่อง ให้เลือกเครื่องที่เชื่อมโยงกับรายการ
- ตรวจ tunnel ของ agent
- คลิก Test Connection
- รีเฟรชหลังการเชื่อมต่อกลับมา
ต้องระบุ Service URL ของ LockSDK
สิ่งที่เห็น: บันทึกถูกบล็อกหรือแสดง "Service URL is required."
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- เลือก LockSDK
- เปิด Physical Encoder Devices แล้วแก้เครื่อง
- กรอก Service URL เช่น
http://127.0.0.1:8092 - คลิก Save แล้วเรียก Test Connection
agent ของ LockSDK ยังไม่ได้ลงทะเบียน
สิ่งที่เห็น: card LockSDK แสดง Not registered ใน Windows Agent
วิธีแก้:
- ยืนยันเครื่อง LockSDK ใน Physical Encoder Devices
- ไปที่ Windows Agent และหา card
- คลิก Download Windows Agent สำหรับ card ใหม่ หรือ Reinstall
- แตกแพ็กเกจและรัน
.batบน Windows PC - รีเฟรชและยืนยันเปลี่ยนเป็น Connected หรือ Not connected
- ใช้ Advanced options เฉพาะ View Logs, Rotate Secret หรือ Delete Rotate Secret จะขอการยืนยันก่อนตัด agent ปัจจุบัน
Heartbeat Monitor ปิดหลังบันทึก
สิ่งที่เห็น: เปิด Heartbeat Monitor คลิก Save แล้วปิดอีกครั้ง
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- เปิด Encoding Options → Advanced options
- เปิด Heartbeat Monitor
- คลิก Save หนึ่งครั้งและรอข้อความสำเร็จ
- รีเฟรชและยืนยันว่ายังเปิด
- หากยังปิด ให้ทำตาม Settings Not Saving After Switching Hotels
Heartbeat ล้มเหลว
สิ่งที่เห็น: Heartbeat Monitor แสดง unreachable
วิธีแก้:
- ยืนยัน agent ทำงานบน kiosk/PC
- ตรวจ Registered Agents และ tunnel
- ตรวจ log ของ agent
- ติดตั้ง agent ใหม่หากจำเป็น
Online หมายถึง AVA ยืนยันเครื่องและ tunnel แล้ว Offline หมายถึง AVA ยืนยันว่าเครื่องใช้ไม่ได้ Unknown หมายถึง AVA ตรวจสอบไม่ได้ และไม่ได้แปลว่าออฟไลน์เสมอไป
สถานะเครื่องเข้ารหัสเป็น unknown
สิ่งที่เห็น: Heartbeat Monitor แสดง unknown แต่เซสชันและ tunnel ปกติ
สาเหตุ: การวินิจฉัยเพิ่มเติมอาจใช้ไม่ได้ และข้อมูลรับรอง Saflok Ambiance ที่ขาดอาจทำให้ยืนยันสถานะไม่ได้
วิธีแก้:
- ตรวจ Registered Agents ว่าเชื่อมต่อ
- ยืนยัน Last Seen ล่าสุดและ tunnel เข้าถึงได้
- อย่ารีสตาร์ทหรือติดตั้งใหม่เพียงเพราะ unknown
- ทดสอบคีย์การ์ดหนึ่งใบเพื่อยืนยันการทำงาน
- ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากข้อผิดพลาดหรือการเข้ารหัสล้มเหลว
ข้อผิดพลาดสถานะหรือ tunnel ของ Heartbeat
สิ่งที่เห็น: Heartbeat รายงานข้อผิดพลาดสถานะหรือ tunnel
วิธีแก้:
- อ่านข้อความและจดว่าเกี่ยวกับสถานะหรือตunnel
- สำหรับ status error ตรวจวินิจฉัยและเก็บข้อความ
- สำหรับ tunnel failure ยืนยัน agent ทำงานและ Last Seen ล่าสุด
- รีเฟรช Settings → Room Access แล้วตรวจอีกครั้ง
- ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหากยังผิดพลาดหรือเข้ารหัสไม่ได้
สถานะเครื่องเข้ารหัสแบบสดไม่ตรงกัน
สิ่งที่เห็น: ตั้งค่าแล้วแต่ AVA ยังระบุว่าใช้ไม่ได้ในโมดัลการจอง
สาเหตุ: AVA แสดง Online หลังยืนยัน agent และ tunnel เท่านั้น ส่วน Unknown คือยังไม่ยืนยัน ไม่ใช่ออฟไลน์ สำหรับ GreatLocks สถานะเป็นของเครื่องที่ผูกกับ agent นั้น
วิธีแก้:
- ตรวจ card ใน Registered Agents
- ยืนยันอุปกรณ์เชื่อมต่อและ tunnel เข้าถึงได้
- แก้ปัญหา agent หรือเครือข่ายก่อน
- รีเฟรช Settings → Room Access
- ลองเข้ารหัสอีกครั้ง
- ตรวจบรรทัด Status: อีกครั้ง
Windows Agent เก่าเกินไปสำหรับอ่านคีย์การ์ด
สิ่งที่เห็น: Read Keycard ล้มเหลวพร้อม "This Windows Agent is too old to read keycards. Update the Universal Encoder Agent, then try again."
สาเหตุ: Universal Encoder Agent รุ่นเก่าไม่มี Saflok read API จึงไปยังหน้าเว็บเริ่มต้นของ PC แทน
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- หากแสดง outdated ให้คลิก Update ก่อน Reinstall
- รอ agent เชื่อมต่อ
- ลอง Read Keycard
tunnel เครื่องเข้ารหัสออฟไลน์
สิ่งที่เห็น: Read Keycard แสดง "The encoder tunnel is offline. Start the Universal Encoder Agent, then try again."
สาเหตุ: คอมพิวเตอร์ติดต่อ AVA ผ่าน tunnel ไม่ได้ ต่างจาก agent เก่าที่ต้องอัปเดต
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Room Access → Keycard Encoding
- หา card Saflok Windows Agent
- เริ่ม Universal Encoder Agent บนคอมพิวเตอร์
- รอ Connected และ Last Seen ล่าสุด
- ลอง Read Keycard
- หากยังออฟไลน์ ให้ทำตาม Windows Agent not connected
Windows Agent ไม่เชื่อมต่อ
สิ่งที่เห็น: แสดง Not connected หรือ "Never online."
วิธีแก้:
- เปิด zip ที่ดาวน์โหลดแล้วรัน
download-installer.bat - รันไฟล์ตัวติดตั้ง
.exe - ยืนยัน Windows PC มีอินเทอร์เน็ต
- คลิก Reinstall บน card ใน Windows Agent หากจำเป็น
- สำหรับ Be-Tech ให้ตรวจ adapter service ด้วย สถานะอาจใช้ถึง 5 นาทีหลังรีสตาร์ท
- รีเฟรช Registered Agents
- กลับ Settings → Room Access และยืนยัน Status: เป็น online
เมื่อ agent เชื่อมต่อและ tunnel เข้าถึงได้ รายการควรแสดง Online หาก card ย่อยยังออฟไลน์ ให้รีเฟรชและตรวจ agent ก่อน
การดำเนินการ service ของ Windows Agent ต้องมีสิทธิ์
สิ่งที่เห็น: Windows ขอสิทธิ์ผู้ดูแลเมื่อคลิก Start, Stop หรือ Restart
สาเหตุ: ปุ่มถาดระบบต้องใช้สิทธิ์ยกระดับเพื่อควบคุม service
วิธีแก้:
- คลิก Yes ในข้อความ UAC
- หากไม่ใช่ผู้ดูแล ให้ผู้มีสิทธิ์อนุมัติ
- หากยกเลิก ให้ลองใหม่
ไม่แสดงกฎ routing ของ kiosk
สิ่งที่เห็น: หากฎ routing ใต้ Room Access หรือส่วน Kiosk to Encoder Routing เดิมไม่พบ
วิธีแก้:
- ไปที่ Settings → Kiosk
- เปิด Device Routing
- ปิด Enable guest selection เพื่อแสดงกฎแบบกำหนดเอง
- เพิ่มอุปกรณ์อย่างน้อยหนึ่งรายการใน Physical Encoder Devices
ยังแก้ไม่ได้ใช่ไหม
ติดต่อ success@vouch-technologies.com หาก:
- ❌ เครื่องเข้ารหัสยังออฟไลน์หลังตรวจไฟและเครือข่าย
- ❌ โปรแกรมไคลเอนต์ Be-Tech ยังคงหยุด
- ❌ การเข้ารหัสล้มเหลวใน kiosk หลายเครื่อง
- ❌ Heartbeat ยังไม่ปกตินานกว่า 30 นาที
ข้อมูลที่ควรแนบ:
- ประเภทและรุ่นเครื่องเข้ารหัส
- ข้อความข้อผิดพลาด Be-Tech แบบเต็ม
- ใช้ Windows Agent หรือ Base URL แบบ direct
- ภาพหน้าจอ Registered Agents และ Heartbeat Monitor
- เวลาที่เริ่มเกิดปัญหา